|
นักวิจัย
รศ.ดร.สินีนาฏ สิริ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี |
||||||||
|
สถานภาพสิทธิบัตร
คำขอสิทธิบัตร เลขที่คำขอ 2101002766 ยื่นคำขอวันที่ 30 เมษายน 2564
|
||||||||
|
ที่มา ข้อมูลเบื้องต้น ความสำคัญของปัญหา
แอปตาเซนเซอร์จึงเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ได้รับความสนใจ เนื่องจากสามารถพัฒนาให้สามารถตรวจวัดสารเป้าหมายได้ในระดับความไวที่สูงมากที่ 10-9 โมลาร์หรือต่ำกว่า โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่ซับซ้อนในการวิเคราะห์ เหมาะสำหรับการใช้งานของบุคคลทั่วไปในการรับรู้/แปลผลได้ง่าย วัดผลได้รวดเร็ว และมีราคาต่ำ ทั้งนี้การสร้างแอปตาเซนเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอยู่กับการพัฒนาให้ได้ดีเอ็นเอแอปตาเมอร์ที่มีความไวในการตรวจวัดสารเป้าหมาย ทั้งนี้หากเปรียบเทียบการใช้เอปตาเซนเซอร์ในการตรวจวัดเอสโตรเจนกับวิธีอีไลซา (ELISA) แม้ว่าวิธีอีไลซาจะได้รับความนิยมอย่างมากและมีการจำหน่ายเชิงพาณิชย์จากหลายบริษัททั่วโลก แต่พบว่าเอปตาเซนเซอร์มีข้อดีกว่าในหลายประการ เช่น มีความไวในการตรวจวัดที่สูงกว่า ต้นทุนต่ำกว่า และเก็บรักษาได้ที่อุณหภูมิห้อง การพัฒนาแอปตาเซนเซอร์เพื่อตรวจวัดเอสโตรเจนจึงมีศักยภาพในการแข่งขันเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้จากรายงานก่อนหน้าพบว่ามีการสร้างดีเอ็นเอแอปตาเมอร์ที่จำเพาะต่อเอสโตรเจน โดยตรวจเอสโตรเจนได้ต่ำสุดที่ความเข้มข้น 200 พิโคโมลาร์ สำหรับในงานวิจัยนี้สามารถพัฒนาระบบแอปตาเซนเซอร์สำหรับตรวจวัดเอสโตรเจนได้ต่ำ
|
||||||||
|
สรุปและจุดเด่นเทคโนโลยี
แอปตาเซนเซอร์สำหรับตรวจวัดเอสโตรเจนได้ต่ำถึง 50 พิโคโมลาร์ ใช้งานง่าย มีราคาถูก และสะดวกต่อการใช้งานภาคสนาม
|
||||||||
|
ความร่วมมือที่เสาะหา
เสาะหาผู้รับอนุญาตใช้สิทธิ
|
||||||||
|
สถานภาพของผลงานวิจัย
ต้นแบบระดับห้องปฏิบัติการได้ถูกทดสอบในสภาวะจำลอง (TRL5)
|
||||||||
![]() |
||||||||
|
เงื่อนไข
เทคโนโลยีต่อรองราคา
|
||||||||
|
สนใจสอบถามข้อมูล
สำนักงานจัดการทรัพย์สินทางปัญญา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี |
||||||||
|